nantcom

โหลดบิต ปิดเครื่อง ด้วย WiFi Router + ดูทีวี BuddyBB ได้ (ตอนที่ 1)

เรตติ้ง
เขียนโดย นันคอม เมื่อวันที่ 24 March 2009 ตอน 22:47

image

ผมว่าเรื่องที่ผมกำลังจะเขียนนี่คงจะเก่าแล้วละ เพราะเขาเล่นกันมานานแล้ว และผมเองก็เล่นมาเกินสองปีแล้วเหมือนกัน แต่ส่วนหนึ่งที่ผมตัดสินใจเขียน คือ เผื่อผมจะเก็บไว้ดูเองด้วยครับ เพราะเมื่อไม่นานนี้ ผมทดลอง Firmware ตัวใหม่ไป แล้วปรากฏว่ามันไม่ Work แล้วพอเอาตัวเก่ามาลง ก็ปรากฏว่าจำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรไปบ้าง (เล่นนานจนลืม) ดังนั้น มาเริ่ม Set Router ใหม่ พร้อมกับผมเลยแล้วกัน :) สำหรับ Router ของผมคือ ASUS WL-500g Premium V แรก ครับ สำหรับผู้ที่ใช้รุ่นอื่น ลองดูได้ว่า Firmware ที่ผมใช้ รุ่นของคุณ สามารถลงได้หรือไม่ ได้จากใน WiKi เขาครับ

 

* Bittorrent เป็นโปรโตคอลสำหรับแลกเปลี่ยนไฟล์ แต่ไฟล์บางไฟล์ ก็มีลิขสิทธิ์ ดังนั้น ผมไม่สามารถรับผิดชอบต่อการละเมดลิขสิทธิ์ใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการใช้ขั้นตอนเหล่านี้นะครับ

* การ Flash Router มีความเสี่ยงต่อการเสียหาย หรือการหมดการรับประกันได้ ถ้าทำพัง ก็ตัวใครตัวมันนะครับ อิอิ

สรุปความต้องการ

สำหรับสิ่งที่ผมต้องการให้ Router ทำได้ ก็มีตามนี้ครับ…สรุปเป็นตารางให้สวยงามซะเลย ซึ่งก็ต้องมีของที่ใช้คู่กันอยู่ด้วย ดาวน์โหลด และเตรียมโปรแกรมให้พร้อมเลยครับ

คุณสมบัติ สิ่งที่ต้องใช้/ทำ
1) ลงโปรแกรมได้  X-Wrt OpenWRT Firmware
สำหรับ ASUS WL-500gP แบบ xtra
Thumb Drive เก่าๆ 1 ตัว สำหรับลงโปรแกรม มีที่ราวๆ 256MB กำลังดี 
สายแลน สำหรับต่อตรงกับ Router
2) Web Server, FTP Web Server (มีในตัว)
vsftpd สำหรับ FTP
3) ต่อ Harddisk USB และแชร์ไฟล์ Samba Server (มีในตัว)
และ Harddisk ว่างๆ ซักลูก ที่ Format ด้วย Ext3
ต้องใช้แผนบูต Linux และ Virtual Machine ดีๆ สักตัวที่ต่อ USB ได้ อย่าง VirtualBox หรือ VMWare Player ในการเตรียม
4) โหลดบิต MLDonkey ที่รัน บน Router
และ Sancho สำหรับควบคุมจาก PC
5) ดูทีวี BuddyBB ได้ แบ่ง VLAN
6) SSH/Server Putty.exe ใช้ในการต่อเข้าไป

หลังจากเตรียมโหลด/ลงโปรแกรมพร้อมแล้ว ขอบอกย้ำอีกครั้ง ว่าผมต่อ ADSL ในบ้านแบบนี้นะครับ (ภาพเดียวกัน กับในหน้า CaptureBuddy) เพราะผมจะอัดรายการทีวีด้วย เลยต้องเอาคอม ไปอยู่ VLAN เดียวกับ Set Top Box (วง WAN) ครับ

image

ก็ได้เวลาเริ่มกันละ

เตรียม Harddisk และ Thumb Drive

หลังจากเราได้ไฟล์ slax-6.0.9.iso มาแล้ว เราก็ตั้งให้ Virtual Machine บูตจากแผ่นนี้ เพื่อเข้า Linux ครับ อันนี้สุดแล้วแต่ว่าคุณจะใช้ VM ตัวไหน ถ้าใช้ VMWare Player สามารถไปที่เว็บไซต์ www.easy-vmx.com เพื่อสร้าง Virtual Machine ได้ครับ เนื่องจากตัว Player จะไม่สามารถสร้างให้เราได้ (ก็มันชื่อ Player นี่เนาะ)

เมื่อบูตได้ จะเจอกับหน้าจอประมาณนี้ครับ สามารถปล่อยให้มัน Auto เปิดให้เราเลยได้ หรือถ้าขี้เกียจรอ ก็เลือกอันแรกครับ

image

เมื่อบูตเสร็จ (สังเกตว่าเร็วมาก เหอๆ) ก็ต่อ Flash Drive และเข้ากับ VM ได้เลย อันนี้แล้วแต่ VM ที่คุณใช้ครับ แต่ยังไงซะ ก็ต้องเสียบกับเครืองเราจริงๆ เนี่ยแหละ

เมื่อ VM มองเห็นแล้ว KDE มันจะขึ้นหน้าต่างคล้ายๆ Windows มาถามครับ ให้ตอบ Cancel ไปเลย

image

imageimageแล้วไปกดที่ปุ่ม Terminal เพื่อเปิด Terminal ขึ้นมาครับ   เมื่อเปิดได้แล้ว พิมพ์ fdisk –l เพื่อดูว่า Flash Drive เรา มันอยู่ที่ Path ไหน ใน Slax เพื่อที่เราจะได้ใช้ Fdisk เปิดดูได้ถูก (อย่าตกใจครับ ผมไม่ได้มี Flash Drive 32GB หรอก เหอๆ เพื่อนซื้อมาฝากจากเซินเจ้นครับ ใช้ได้จริงๆ ราว 512MB :P)

เมื่อรู้แล้ว ก็อย่ารอช้าครับ พิมพ์ว่า fdisk /dev/sdb ได้เลย

พอได้แล้ว เราจะลบทุกสิ่งอย่างในตัวมันครับ ให้พิมพ์ o (ตัว โอ) แล้วกด Enter โปรแกรมก็จะตอบมาแบบนี้

image

กด n เพื่อสร้าง Partition ใหม่

ตอบว่า p เพื่อเลือก Primary Partition

และตอบว่า 1 เพื่อสร้าง Primary Partition ที่ 1

และตอบ 1 อีกที เพื่อสร้าง Parition ตั้งแต่ Cylinder แรก

จากนั้นตอบ +128M เพื่อสร้าง Parition ขนาด 128MB สำหรับ Partition นี้ เราจะเอาไว้ทำ Swap ครับ เพราะการทำงานที่เราจะให้ Router ทำ มันกินแรมเยอะมาก มีแค่ 32MB คงจะไม่ไหว

จากนั้น ทำแบบนี้ซ้ำอีกครั้ง เพื่อสร้าง Partition ที่ 2 สำหรับลงโปรแกรม สำหรับครั้งนี้ เราสามารถกด Enter ผ่านไปหมดได้เลย และใช้ค่า Default ซึ่งจะทำให้เราได้ Parition 2 ที่เต็มพื้นที่ที่เหลือพอดี

จากนั้น กด w เพื่อเขียน Parition ลง Flash Drive ซึ่งก็จะได้คำตอบ ประมาณนี้ครับ

image

เมื่อสร้าง Partition แล้ว เราก็ต้อง Format ครับ สำหรับ Parition แรก คือ Swap ให้ใช้คำสั่ง mkswap /dev/sdb1 ก็ทำได้โดยการใช้คำสั่ง ส่วน Partition ที่ใช้เก็บไฟล์ เราจะใช้เป็น ext3 ซึ่งก็คือคำสั่ง mke2fs –j /dev/sdb2 (ถ้าไม่แน่ใจว่าคือ Parition อะไรบ้าง ลองใช้ fdisk-l ดูได้ครับ)

image

เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็ทำแบบเดียวกัน กับ Harddisk External ครับ แต่เราใช้แค่ Partition เดียวแบบ Ext3 ก็พอ

เตรียม Router

สำหรับตัว Router การที่จะ Flash Firmware ด้วยวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ก็คือใช้โปรแกรม TFTP ครับ ถ้าใน Windows XP จะมีอยู่แล้ว แต่ถ้าใน Windows Vista/Windows 7 จะต้องไปเปิด Feature เพิ่ม ซึ่งผมว่า โหลดของฟรีมาใช้จะง่ายกว่า และเร็วด้วย :)

(สำหรับรุ่นอื่นๆ ลองดูใน Wiki นะครับ ว่าจะต้องทำยังไง หรือจะลอง Update โดยใช้ Web Interface ของตัว Router ก็ได้ครับ)

ก่อนอื่นเลย เราต้องเปลี่ยนโหมดให้ Router มันเข้า Safe Mode ก่อนครับ (ไม่รู้จะเรียกยังไงดี) ในโหมดนี้ Router จะไม่แจก IP แต่จะตั้ง IP ตัวเองเป็น 192.168.1.1 (หรือ IP ที่เคยตั้งไว้) และรอรับการเชื่อมต่อ TFTP เพื่อ Upload Firmware อย่างเดียว และ Ethernet Port เบอร์ 1 จะเป็น Port เดียวที่ใช้ได้ครับ

ในการเซ็ตให้ Router เข้าโหมดนี้ เราจะต้องถอดปลั๊ก Router ก่อน แล้วหาดินสอ/ปากกามาแท่งนึงครับ จิ้มไปตรงปุ่ม Reset แล้วจิ้มค้างไว้ ในขณะที่เสียบสายไว้เข้าเครื่องด้วย ถ้าทำถูกต้อง ไฟสัญญาณแสดงว่าเปิดเครื่อง จะกระกริบครับ

ดังนั้น เราก็ต้องไปตั้ง IP ของการ์ดแลน ใน Windows ให้เป็น 192.168.1.2/255.255.255.0 (หรือ IP เดิมที่เคยใช้ได้) อย่าลืมเสียบสายแลนเข้า Port 1ด้วยละครับ

เพื่อความง่าย ผมแนะนำให้ Copy ตัว Firmware ไปไว้ที่ Drive C: ก่อน (หรือ Drive อะไรก็ได้ที่มี) รวมไปถึงโปรแกรม tftp ด้วยครับ เอาไว้ที่เดียวกันเลย จากนั้นก็เข้า Command Prompt เลยครับ โดยการกดปุ่ม Windows พร้อมกับปุ่ม R แล้วพิมพ์ในช่องว่า cmd

image

ใน Command Prompt เราก็พิมพ์ว่า

c: (หรือ d:. e: ตามแต่ Drive ของคุณ)

tftp -i 192.168.1.1 put "openwrt.XXXX.trx"

image

หลังจากนั้น ทุกอย่างจะตกอยู่ในความสงบชัวครู่ แล้วก็จะมีข้อความว่า การส่งข้อมูลสำเร็จ ถึงตรงนี้ ไปให้ไกลๆ จาก Router เลยครับ อย่าไปมอง อย่าไปสนใจมัน อย่างน้อย 10 นาที เพื่อความชัวร์ พอกลับมาดู สัญญาณไฟที่เคยกระพริบ มันจะหยุดครับ นั่นคือ เราได้ทำการ Flash เรียบร้อยแล้ว

First Boot

เมื่อเปิด Router ขึ้นมาครั้งแรก แล้วเข้าไปที่ http://192.168.1.1 มันจะถามให้ใส่ Password ของ root ก็ใส่ได้ตามใจชอบเลยครับ

เรียบร้อยแล้ว ไปที่หน้า System/Settings ครับ ตั้งค่า Host name ได้ตามใจชอบ เปิด Boot Wait ไว้ และให้มัน Wait นานหน่อย 5-10 วินาที เราจะได้กดปุ่ม Reset ได้ดินสอทันเหมือนเดิม ถ้าต้องการจะ Flash Firmware ใหม่

ในส่วน Time Settings ก็ตั้งค่าตามปกติครับ และ NTP Server ช่องแรก ใส่เป็น time.navy.mi.th เพื่อให้ Router Sync เวลาได้

จากนั้น เราก็ต้องตั้งต่า ADSL ของเราก่อนครับ เพื่อให้ใช้เน็ตได้ ก็เลือกตามภาพด้านล่างนี้เลย สำหรับ MTU ที่เป็น 1454 นั้น เพราะว่าเหตุผลอะไรไม่รู้ยาวเหยียด สรุปว่า มันคือค่าขนาดของ Packet ที่เหมาะสมสำหรับเครือข่าย ADSL ครับ (Lan คือ 1500 และ Modem นี่ หลักร้อยครับ)

image

หลังจากแก้ไขแล้ว ต่อไปนี้ ให้กด image ตามด้วย image เสมอนะครับ ก่อนจะไปเซ็ตค่าอย่างอื่น บางทีมันตีกัน แล้วจะพาลทำ Setting เสียได้

หลังจากตั้งค่า Network แล้ว ก็มาหน้าถัดไปเลยครับ ตั้ง Vlan ถ้าจะตั้งเผื่ออัดรายการด้วย ก็ใช้แบบตามภาพนี้ครับ ถ้าจะเอา Set Top Box ต่ออย่างเดียว ใช้แค่ Port 4 ก็พอ แล้วเอา Set Top Box ต่อเข้าช่อง 4 ครับ

image

ในหน้า Wireless โดย Default มันจะปิดอยู่ครับ อย่าลืมเปิดด้วย สำหรับ Encryption type เลือกเป็น WPA+WPA2 ครับ จะใช้ได้กับอุปกรณ์เยอะกว่า (ถ้าใช้ค่านี้ เวลาเอา PSP ต่อ เลือกเป็น WPA/AES ครับ) และก็ควรใส่ระยะ Wireless ด้วยครับ ช่วยในเรื่องสัญญาณได้นิดหน่อย และป้องกันไม่ให้คนมาแอบเล่นด้วย (WPA มัน Hack ได้นะ เห็นว่า) นอกจากนี้ เรายังเล่นได้อีก โดยการเพิ่ม Virtual Interface แล้วต่อมันเข้ากับ WAN (เลือกในช่อง Network) เราก็น่าจะสามารถอัดทีวี ผ่าน WiFi ได้ครับ หรืออาจจะดูทีวีผ่าน WiFi เลย ก็น่าจะได้ ผมมีโครงการจะทดลองทำเร็วๆ นี้ละครับ :)

image

(แต่บางทีเหมือนจะมี Bug นะครับ คือรหัส PSK มันจะไม่ยอมเปลี่ยน แล้วจะกลายไปเหมือนกับรหัสของ root ที่เราตั้งไว้ (ซะงั้น)

 

เมื่อเรียบร้อย Router เราก็กลับมาเป็น Router ละ คราวนี้ ก็เตรียมลงโปรแกรมได้

ลงโปรแกรม

ในการลงโปรแกรม พวก Linux เขาจะเรียกโปรแกรมพวกนี้ว่า Package ครับ (หรือเราควรจะเปลี่ยนใหม่ว่า ลง Package ดี) เอาเป็นว่า ไปที่หน้า System/Packagesแล้วกด Update Package Lists ทีนึงก่อน เมื่อมันไปดาวน์โหลดลิสต์มาแล้ว ก็เริ่มลง Package ตามนี้ครับ (ตามลำดับ)

kmod-usb2

kmod-usb-storage

kmod-nls-utf8

kmod-fs-ext3

swap-utils

samba-server

vsftpd

เมื่อลงเสร็จแล้ว Restart ซะที ก็จะเป็นการดีครับ ลิงค์ Reboot อยู่ด้านบนนี่เอง

เซ็ต Storage ให้ใช้งานได้

หลังจากนั้น เราก็ต้องมาตั้งค่านิดหน่อย เพื่อ Mount เจ้า Flash Drive กับ USB Harddisk นี้ บน Router ตรงนี้ ต้องใช้ SSH ช่วยครับ ก็เปิด Putty ขึ้นมาเลย โปรแกรมนี้เวลาใช้งานจะงงนิดนึงนะครับ แต่ก็คือ พิมพ์ IP ลงในช่อง พิมพ์ชื่อลงในช่อง Saved Session แล้วกด Save ครับ ครั้งต่อไป เปิดขึ้นมาก็ Double Click ที่ลิสต์ข้างล่างได้เลย

image

ตอนต่อ มันจะถามเรื่อง Certificate ก็กด Yes ไปครับ แล้วจากนั้น ใส่ Username ว่า root และพาสเวิร์ด ก็ตามที่ตั้งไว้ครับ

image

พิทม์ว่า mkdir /opt ก่อนเลย เพื่อสร้างโฟลเดอร์ /opt เอาไว้ Mount ตัว Flash Drive

พิมพ์ว่า dmesg แล้วย้อนไปดู จะเจอข้อความประมาณนี้

Attached scsi disk sda at scsi0, channel 0, id 0, lun 0
SCSI device sda: 117210240 512-byte hdwr sectors (60012 MB)
Partition check:
 /dev/scsi/host0/bus0/target0/lun0: p1
WARNING: USB Mass Storage data integrity not assured
USB Mass Storage device found at 2
hub.c: new USB device 01:03.2-2, assigned address 3
scsi1 : SCSI emulation for USB Mass Storage devices
  Vendor: Kingston  Model: DataTravelerMini  Rev: PMAP
  Type:   Direct-Access                      ANSI SCSI revision: 02
Attached scsi removable disk sdb at scsi1, channel 0, id 0, lun 0
device wl0 entered promiscuous mode
wl0: attempt to add interface with same source address.
br-lan: port 2(wl0) entering learning state
br-lan: port 2(wl0) entering forwarding state
br-lan: topology change detected, propagating
SCSI device sdb: 977664 512-byte hdwr sectors (501 MB)
sdb: Write Protect is off
 /dev/scsi/host1/bus0/target0/lun0: p1 p2

นั้นคือ Path ของ Harddisk/Flash Drive ของเครื่องผมครับ ของคุณอาจจะต่างไปได้ ก็เปิดหน้านี้ไว้ แล้วกลับไปที่ System/Mountpoints บนเว็บครับ จัดการตั้งค่าตามนี้ สังเกตว่ามี /part1 /part2 ต่อท้าย ด้วยนะครับ โดยให้ Harddisk Mount ไปที่ /mnt และ Flash Drive ให้ Mount ไปที่ /opt

image

สำหรับ async หมายถึง ให้มันทำงานแบบ Asynchronous จะได้ไม่หน่วงมาก (แต่ระวังไฟตก ถ้าไฟตกตอนเขียน ข้อมูลอาจหายได้ แต่โครงสร้างยังโอเคอยู่ เพราะเราใช้ ext3) noatime คือ ไม่ต้องเก็บเวลา Access ไฟล์ล่าสุด และ nodiratime ก็เหมือนกัน แต่สำหรับไดเรกทอรี ทั้งสองอันนี้ จะทำให้ Flash Drive เราไม่พังเร็วเกินไป เพราะโดนเขียนซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ และลดการใช้ Disk ด้วยครับ

เมื่อ Apply แล้ว ให้ไปที่หน้า System/Startup แล้วใส่คำสั่ง

/etc/init.d/fstab start &

ลงในบรรทัดสุดท้าย เพื่อให้ Router มัน Mount Disk ทั้งสองตัว ตอนเริ่มทำงาน เมื่อ Save changes แล้ว/Apply Changes แล้ว ก็ Reboot อีกครั้งครับ

ลองเปิด Putty ใหม่ (ถ้ามันค้างไป เพราะ Connection โดนตัด คลิ๊กขวาตรง Title Bar เลือก Restart Session ได้ครับ) แล้ว Login ถ้าพิมพ์ df –h และ free ดู ควรจะได้ผลประมาณนี้ครับ ก็คือ Partition ที่ 2 ของ Flash Drive ถูก Mount ไปที่ /opt และ Harddisk ถูก Mount ไปที่ /mnt ส่วน Free ก็บอกว่า เรามีที่ Swap เข้ามา 100MB

image

ลง MLDonkey

สำหรับการลง MLDonkey ต้องทำผ่าน Command line ครับ ยุ่งยากหน่อย แต่พิมพ์ไม่เยอะครับ ตามด้านล่างนี้เลย

mkdir /opt/tmp

opkg --tmp-dir /opt/tmp install http://ipkg.nslu2-linux.org/feeds/optware/oleg/cross/unstable/uclibc-opt_0.9.28-13_mipsel.ipk

opkg --tmp-dir /opt/tmp install http://ipkg.nslu2-linux.org/feeds/optware/oleg/cross/unstable/ipkg-opt_0.99.163-10_mipsel.ipk

opkg --tmp-dir /opt/tmp install http://ipkg.nslu2-linux.org/feeds/optware/oleg/cross/unstable/bzip2_1.0.5-1_mipsel.ipk

opkg --tmp-dir /opt/tmp install http://ipkg.nslu2-linux.org/feeds/optware/oleg/cross/unstable/ncurses_5.7-1_mipsel.ipk

mkdir /opt/config

touch /opt/config/mlnetstart

chmod +x /opt/config/mlnetstart

cd /opt/bin

wget http://oleg.wl500g.info/bin/mlnet/292/mlnet.lite.gz

gunzip mlnet.lite.gz

เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้ว กลับไปที่หน้าเว็บ แล้วไปที่ System/File Editor แล้ว Browse เข้าไปดูใน /opt/config/ จะเห็นว่ามีไฟล์ชื่อ mlnetstart อยู่ กดปุ่มดินสอ Edit เลยครับ จากนั้น ใส่ Script นี้ลงไป

#!/bin/sh

set backuphome=$HOME
set backuptmp=$TMPDIR
export HOME=/mnt/
export TMPDIR=/mnt/.mldonkey/temp
export PATH=/opt/bin:/opt/sbin:/opt/usr/bin:/opt/usr/sbin:/bin:/sbin:/usr/bin:/usr/sbin
export LD_LIBRARY_PATH=/opt/usr/lib:/opt/lib:/lib:/usr/lib

rm -f /mnt/.mldonkey/*.tmp
nice -n 19 /opt/bin/mlnet.lite -allowed_ips '127.0.0.1/8 192.168.1.0/24' &

export HOME=$backuphome
export TMPDIR=$backuptmp
export PATH=/bin:/sbin:/usr/bin:/usr/sbin:/opt/bin:/opt/sbin:/opt/usr/bin:/opt/usr/sbin
export LD_LIBRARY_PATH=/lib:/usr/lib:/opt/usr/lib:/opt/lib

Script นี้ คือคำสั่งสำหรับเริ่มการทำงานของ MLDonkey ครับ (ถ้าอยากจะต่อเข้ามาดู Status ผ่านเน็ต เปลี่ยน ip เป็น 0.0.0.0/0 ครับ )

พร้อมแล้วใช่ไหมครับ ลองรันดูได้เลย พิมพ์ว่า

/opt/config/mlnetstart

จะได้ผลประมาณนี้ครับ

image

จากนั้น เราก็สามารถ เข้าไปยัง http://192.168.1.1:4080/ เพื่อดูหน้าตาเจ้า MLDonkey ได้แล้ว ซึ่งในครั้งแรก มันจะให้เราพิมพ์คำสั่ง useradd admin… เข้าไปในช่องที่มุมบนด้านขวามือ เพื่อตั้ง User ครับ password ก็ตามที่ต้องการครับ

image

เมื่อตั้งเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ เราก็ใช้ Sancho ต่อกับ MLDonkey ได้แล้วครับ ตอนเปิดครั้งแรก มันจะให้เราใส่ค่าต่าง ก็ใส่ตามที่มันแนะนำครับ

image

เท่านี้ก็เรียบร้อย! โยนไฟล์ .torrent มาใส่ในหน้าโปรแกรมได้เลย Router ก็จะเริ่มดาวน์โหลดให้เองครับ

ขอพอก่อน!!!

ทำไปทำมา ตอนนี้ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มแล้วครับ นั่งเขียนมาแล้ว 2 ชั่วโมงรวด ผมว่าผมไปพักผ่อนก่อนดีกว่า งานก็ยังคั่งค้างอยู่ เอาไว้มาเขียนต่อวันหลังละกันครับ Smile

 

Ray said:

ขอบคุณมากคับ

พอดีกำลังศึกษา linux พอดีเลย ช่วยให้เห็นภาพหลายอย่างเลยคับ

June 16, 2009 11:41 AM

Leave a Comment

(required)  
(optional)
(required)  
Add

About นันคอม

ผมชื่อนันคอม ทำงานไมโครซอฟท์ ชอบเล่น XBOX360 ลง Vista ฟัง Zune :D งานอดิเรกชอบไปถ่ายรูปกะเพื่อนๆ แล้วเก็บรูปไว้ดูคนเดียว เพราะไม่เคยว่างโพสซะที :'(